วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน 2569 บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.ฉัตรเฉลิม อิศรางกูร ณ อยุธยา คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สินีวัลยา วิชิต รองคณบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ พัฒนาเครือข่าย และกิจการนักศึกษา และดร.สุภาพร จตุรภัทร เลขานุการบัณฑิตวิทยาลัย เข้าพบคุณศรัณยู ชเนศร์ กรรมการเหรัญญิก หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการธุรกิจบริการเพื่อสุขภาพ หอการค้าไทย กรรมการผู้จัดการโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 1 และรองประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทในเครือโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท พร้อมด้วยคุณกรด โรจนเสถียร กรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประธานคณะอนุกรรมการธุรกิจบริการเพื่อสุขภาพ หอการค้าไทย และที่ปรึกษาประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ชีวาศรม อินเตอร์เนชั่นแนล เฮลท์ รีสอร์ท ณ ห้องประชุม 3304 อาคารบรรเจิด ชลวิจารณ์ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางความร่วมมือระหว่างบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล และหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการแพทย์ สุขภาพ และชีววิทยาศาสตร์ของประเทศ
ในการพบหารือครั้งนี้ บัณฑิตวิทยาลัยได้นำเสนอวิสัยทัศน์และบทบาทในการพัฒนากำลังคนแห่งอนาคต ครอบคลุมทั้งการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) และการพัฒนาหลักสูตรที่ตอบสนองต่อความต้องการของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวโน้มธุรกิจสุขภาพ การแพทย์ และอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ของประเทศไทย รวมถึงโอกาสในการพัฒนาความร่วมมือระหว่างทั้งสององค์กร อาทิ การจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระดับสถาบัน การร่วมออกแบบและพัฒนาหลักสูตรหรือหลักสูตรระยะสั้น (Co-creation Courses) และการพัฒนาหลักสูตร Upskill–Reskill สำหรับบุคลากรของหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เพื่อยกระดับศักยภาพกำลังคนและรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงานในอนาคต
นอกจากนี้ ยังได้ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนา Executive Education และการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ภายใต้แนวคิด Skill Longevity Academy ที่ผสานจุดแข็งของประเทศไทย ทั้งการแพทย์แผนไทย อาหารไทย และ Wellness เข้ากับองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม รวมถึงโอกาสในการพัฒนาความร่วมมือกับ ชีวาศรม อินเตอร์เนชั่นแนล อะคาเดมี่ (Chiva-Som International Academy) ในการร่วมพัฒนาหลักสูตรด้าน Wellness ตลอดจนการเชิญผู้เชี่ยวชาญจากภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรมร่วมเป็นวิทยากร ที่ปรึกษา และพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อร่วมกันพัฒนากำลังคนที่มีสมรรถนะสูงและตอบสนองต่อความต้องการของประเทศในอนาคต





